.



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

...กินบุญ...





    เปิดพจนานุกรมดูมีดังนี้......กินบุญ   ก. กินอาหารที่ชาวไทยอิสลามทำบุญเลี้ยงในพิธี   
เชิญพวกไทยอิสลามด้วยกันคล้ายนิมนต์พระ    มีสวดมนต์ด้วย
   อ่านแล้วได้ความว่าทุกอย่างเราลอกเลียนแบบของเขาทั้งนั้นเลย   เคยถามโต๊ะครู
มาแล้วว่าอิสลามมีการทำบุญอะไรบ้าง   โต๊ะครูบอกว่า “ทำวลีมะตุ์...ทำอากีกอฮ์...ทำ
กุรบาน...ให้อาหารและสงเคราะห์คนยากจน...

   ทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่เฉพาะคนที่มีฐานะเท่านั้น   ถ้ายากจนก็ไม่เกี่ยวแล้วคนจนก็
ไม่รู้จักฐานะของตัวเองเอาเสียเลย       เห็นคนรวยทำอะไรก็จะทำบุญอย่างเขาบ้างไม่
เจียมตัว   แถมไปเพิ่มทำบุญคนตายทำบุญบ้านใหม่ ทำบุญฉลองยศอะไรก็ไม่รู้เลอะเทอะกัน
ใหญ่มันเป็นเรื่องนอกคำสั่งอัลลอฮุและรอซูลทั้งนั้นเรื่องทำบุญนี่จะนึกเอาเองไม่ได้   ถึง
เราจะรู้น้อย   ก็ต้องรู้ไว้บ้างว่าอะไร ห้ามอะไรใช้     ถ้าไม่ รับรู้อะไรเอาเสียเลยแล้วจะเดิน
เข้าสรวงสวรรค์ของอัลลอฮุถูกรึ   อัสเตาฟีรุลลอฮุ  ที่อัลลอฮุเน้นให้ทำบุญก็มี   แต่ไม่มี
ใครชอบทำคือให้ช่วยเหลือสงเคราะห์แม่หม้ายลูกกำพร้าที่ยากจนและคนยากจนอนาถา

   มันพูดยากครับเพราะเรื่องทำบุญในเมืองไทยนี่     มันเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์
ทับซ้อนอยู่เหมือนกัน   เพราะทำบุญแล้วเสียเปล่าได้แต่บุญมาอย่างเดียวใครๆ ก็ไม่
อยากทำ    สู้แบบทำบุญแล้วได้ทั้งบุญได้ทั้งกำไรนี่ซิมันท้าทายดีนักเพราะไม่ใช่ได้กำไร
อย่างเดียว        บางทีก็มีขาดทุนบ้างเหมือนกันคล้ายๆเล่นพนัน...มันตื่นเต้นดีนัก   พอ
เริ่มงานก็หัวใจตุ๋มๆต่อมๆ แหงนมองฟ้าขออย่าให้ฝนตกเลย...อย่างนี้ใครๆก็ชอบทำมัน
สนุกด้วยนะ   แต่ถ้ามีพวกมากก็ไม่น่ากลัว,,,มันมีทีเขาทีเราได้เสียกันตรงนี้อยู่เหมือนกัน

   พูดไปก็เป็นการนินทาเขาเปล่าๆ    จะเล่าเรื่องที่ผมไปกินบุญที่มักก๊ะคุ์ดีกว่าบอกแล้ว
ว่าเป็นพยาบาลนี่ก็ใหญ่นะครับ    เพราะมักก๊ะตุ์สมัยนั้นยังไม่มีหมอของตนเองเลยสักคน
เดียว   ต้องจ้างหมอจากอียิปต์อินเดียปากีฯมาประจำการ    พอรู้ว่าพวกเราทำงาน
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเขาก็ยกย่องจนเราเขินนั่นละ
   บ้านไหนทำบุญก็จะมาเชิญผมไปหม่ำบ่อยๆ      บ้านของอาหรับนั้นเป็นบ้าน
แคบๆ  เพราะตึกทุกหลังทั้งเมืองมักก๊ะตุ์นั้นก่อสร้างด้วยหินเป็นก้อนๆ  จากภูเขา   จึงทำ
ให้กว้างขวางใหญ่โตนักไม่ได้

   เมื่อบ้านแคบคนที่ขึ้นไปกินบุญก็ต้องทยอยกันขึ้นไปกินเท่าที่บ้านจะรับได้   เขาไม่มี
ลานบ้านจะกางเต๊นท์เหมือนบ้านเราหรอก   
   พอผมได้ขึ้นบนเรือนแล้วเขาให้เรานั่งจับคู่กัน   แล้วข้าวหมกจานเปลอย่างดี
ชั้นหนึ่งสำหรับสองคนก็มาวางตรงหน้า          เมื่อครบทั่วกันแล้วเจ้าภาพก็กล่าว
บิสมิลลาฮิ แล้วทุกคนก็หม่ำกันอย่าง เอร็ดอร่อย     แล้วคนเลี้ยงเขาก็ให้น้ำดื่มเราแก้ว
หนึ่ง     ผมดื่มแล้วก็ขอน้ำล้างมือ     เขาชี้ให้ไปล้างที่ปากซอยโน่น    พอเราเดินไปถึง
ปากซอยมีก๊อกน้ำมีผ้าเช็ดมือแขวนไว้ให้        .   
     
   เมื่อล้างมือแล้วก็เดินออกตลาดหรือจะกลับบ้านได้เลย   จะย้อนกลับขึ้นที่บ้าน
ทำบุญอีกไม่ได้.มีคนอื่นไปนั่งแทนที่เราแล้ว  ไม่ต้อง..ยาบ๊ะลา..เจ้าของบ้านหรอก   ไม่รู้
ว่าเจ้าภาพตัวจริงคือใคร     ไม่ต้องจ่ายซองเหมือนบ้านเราด้วย        และก็ไม่มีการสวด
มนต์อย่างที่พจนานุกรมบอกไว้เลย  เราไปเอาตัวอย่างจาก...นบี ไหนเล่า    เวลาทำบุญ
จึงต้องเอาเงินไปช่วยให้เขาทำบุญ   ทำบุญนั้นด้วยศรัทธาอีหม่านมิใช่หรือ    มีน้อยก็ทำ
แต่น้อย   ส่วนคนรวยนั้นไม่จำกัดจะทำมากเท่าไรก็ได้อย่าให้ฟุ่มเฟือยก็แล้วกัน

   เมื่อยากจนแล้วจำเป็นต้องทำบุญด้วยหรือ...  ทีไปทำฮาจญีก็ห้ามขอห้ามช่วย   
บอกว่าไม่มีเงินก็อย่าไป  ยังไม่บังคับหรอก
   เราจะทำบุญทำความดีก็ต้องระวังอย่าให้พี่น้องของเราได้รับความเดือดร้อน   
ความดีนั้นจึงจะมับรูด
   ผมไม่มาจ้องตำหนิติเตียนกันหรอกนะ   คิดตามประสาพี่น้องคนหนองจอกที่หา
เช้ากินค่ำอีกจำนวนมาก  ที่พลอยมาติดบ่วงแห่งความหายนะกับเขาไปด้วย    ต้องไป
ช่วยทำบุญญาติพี่น้องอาทิตย์ละ 5-6 งานแม้จะให้ช่วยงานละ 20 บาทบางคนก็ไปไม่
รอด   เรื่องนี้โต๊ะครูต้องช่วยนะให้คนอื่นแก้ไขไม่สำเร็จหรอก
   ผมได้เข้าไปกินบุญวังกษัตริย์ไฟซอล สองครั้ง  คือปีละครั้ง    เขาเชิญตัวแทน
ประเทศต่างๆ   เพื่อร่วมเสวนาประจำปี       แต่สถานทูตไทยมอบให้คณะแพทย์เป็น
ตัวแทนในงานนี้         เมื่อแพทย์ไปผมซึ่งเป็นมือปืนใกล้ชิดก็ต้องไปด้วย

   เขาให้นั่งโต๊ะละสี่คน   โอ้โฮ...แกะย่างทั้งตัววางอยู่กลางโต๊ะ  ตัว มันใหญ่มองคน
อีกข้างหนึ่งเกือบไม่เห็นละครับ      และยังมีของกินอื่นๆอร่อยๆให้เลือกกินสิบกว่าอย่าง
อีก   ประเดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งว่าฟุ่มเฟือยนะครับ  ขณะที่เรากินอยู่นั้น    มีนายพันนายพลฯ   
เดินพล่านไปมาเบื้องหลังเรา   ก็นึกว่าเขามาอารักขาเรา  ที่ไหนได้พอเราลุกขึ้นเขาก็
ปราดเข้ามานั่งแทนที่เราทันที       เขากินที่เหลือเดนอย่างไม่รังเกียจ      และจะมีคนรถ
คนสวนและภารโรงมากินต่อๆไปจนไม่มีเหลือ    พอเราเดินออกจะกลับบ้านตรงประตู
ด่านสุดท้ายนั้น  กษัตริย์ไฟซอลมายืน    รอ...ยะบ๊ะ...ส่งแขก     มาซาอัลลอฮุ จ่าอากาศ
โทเศรษฐี     ได้เช็คแฮนด์กับ กษัตริย์ไฟซอล    ที่เล่าให้ฟังนี่      ผมไม่ได้คิดเองทำเอง
หรอกนะ มันมีในเลาฮินมะห์ฟูตแล้ว....ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ       วัลลอฮุอะอ์ลัม


ตารีมอกาเซะฮ์
เศรษฐี  สกุลดี
28 กันยายน 55


cr : อัสซายีดีนสาร

avatar
treatise@losoth

กุมภาพันธ์ 04, 2016, 02:03:22 PM

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 06, 2016, 02:47:28 PM โดย treatise@losoth »