.



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

...เมื่อค่ำคืนนั้น...



   




   ค่ำคืนนี้พระจันทร์เต็มดวง....ส่องแสงสว่างไสว   ที่สุเหร่าปากคลองได้จัดงาน
ประจำปี   มีพี่น้องบ้านใกล้ไกลมาช่วยงานกันอย่างคับคั่ง
   ตรงนอกชานที่ยื่นออกไปในคลองหน้าร้านสมหวังซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับสุเหร่าปาก
คลอง  มีแชกับครูมะมูมนั่งฟังคำปราศรัยอย่างเงียบสงบ
   ครูมะมูมชอบคุยกับแชมากเพราะแชไม่ใช่คนแก่แล้วแก่เลย   ยังมีทีเด็ดเคล็ดลับอีก
มากมายคุยกันไม่เบื่อ เสียงไมโครโฟนจากสุเหร่าแว่วดังมาอย่างเหมาะเจาะพอดีไม่ค่อย
และไม่ดังจนเกินไป

   เสียงเด็ก ป. 4 กล่าวคำปราศรัยดังฉะฉานด้วยคารมคมคาย  จนแชทนฟังไม่ได้จึง
โพล่งกลางคันว่า “พูดอย่างนี้ครูเขียนบทให้เด็กท่องนี่หว่า”
   “ก็อย่างนี้ทั้งนั้นแหละ...เขากำลังหัดให้เด็กกล้าแสดงออก   เอาความคิดของเด็กมา
พูดในงานอย่างนี้ใครจะฟ้งเล่าครับ   แต่ตอนนี้เราฟังเขาก่อนดีกว่าเพราะเรื่องที่เขาพูด
น่าสนใจ”ครูมะมูมพูดแล้วหันหน้าไปทางสุเหร่า

   เสียงเด็กที่กำลังปราศรัยนั้นดังสม่ำเสมอ “แขกที่มาในงานคืนนี้   จะสังเกตได้ว่า...
มุสลิมะตุนั้นแต่งตัวสวยงามแบบซุนนะตุ   พบกันที่ไหนก็ให้ความอบอุ่นใจเป็นอย่างดี
และให้สลามกันได้สะดวกใจ   จะรู้จักกันหรือไม่ก็ตาม

   น่าเสียดายที่พวกมุสลิมผู้ชายที่มากับเธอนั้นกลับแต่งตัวเป็นฝรั่งมังค่าเสียนี่...อย่า
หวังเลยว่าฝรั่งเขาจะนับเป็นญาติ...เมินเสียเถอะชาติหน้าบ่ายๆก็ยังไม่มี   ฝรั่งมันว่า “เรา
เป็นมนุษย์ชั้นสองหรือชั้นสามก็ยังไม่รู้เลย.มันเป็นไปได้ยังไงสอนให้ผู้หญิงแต่งตัวสมัย
...นบีนู้นพันปีมาแล้วปล่อยผู้ชายผูกเน็คไทไปยุโรปเสียนี่”ต้องทบทวนๆ.....

   เปิดพจนานุกรมดูแล้ว...สากลแปลว่าเป็นที่นิยมทั่วไปแบบใหม่หรือแบบยุโรป...ถ้า
ชุดสากลแปลว่าชุดแต่งกายแบบชาวตะวันตก  มีกางเกงขายาว  เสื้อคอแบะ ผูกเน็คไท
   เมื่อแต่งชุดสากลแล้วทางมันเปิดกว้างครับ   จะเข้าบ่อนเข้าบาร์เข้าโบสถ์เข้าวัด เข้า
สุเหร่ามันมีเกียรติไปทั้งหมด   เมื่อแต่งตัวแบบนี้กิริยามันก็เปลี่ยนด้วย  เวลาเดินก็เชิดหน้า
ชูคอและตบเท้าลงพื้นให้ดังฉับๆ จะทำเป็นว่อเราะไม่ได้แล้ว

   ทำไมมุสลิมชาย    ไม่คิดออกแบบการแต่งกายของเราเองบ้างเล่าตรับ   อย่าให้
เหมือนกับพวกเข้าบ่อนเข้าบาร์เข้าวัดเข้าโบสถ์   ถ้าคิดไม่ออกก็หาหมวกกาฟิเย๊าะสวยๆ
สักใบครอบหัวก็จะดูแปลกตาไปจากพวกกาเฟร์มุสลิมเป็นคนแปลกหน้าของพวกกาเฟร์
มิใช่หรือ

   เป็นโลกไร้พรมแดนจริงๆ การแต่งกายจึงไม่บ่งบอกเชื้อชาติศาสนาอย่างไดเลย   มี
รสนิยมเหมือนกันหมดจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  จะเป็นไทยพม่าจีนแขกฝรั่ง    ก็แต่งตัว
เหมือนกันหมด    จะผิดกันตรงจมูกบี้จมูกโด่งเท่านั้นเอง

   แล้วฝรั่งก็หัวเราะกระเดือกสั่นไปซิ...ที่มันจูงจมูกพวกเราได้...แล้วที่อัลลอฮูให้มุ
มินเป็นพี่น้องกันก็ล้มเหลวไปสำหรับพวกเราตรงนี้เองก็นั่งรถเมล์เบียดกันไป    ยังไม่รู้
เลยว่าเราต่างเป็นมุสลิมด้วยกัน   จะให้สลามก็ไม่แน่ใจว่าเป็นลาวหรือเป็นกระเหรี่ยง
อัสเตาฟิรุลลอฮู

   การแต่งกายนั้นห้ามชายแต่งตัวเหมือนหญิงและห้ามหญิงแต่งตัวเหมือนชายและ
ห้ามทั้งหญิงทั้งชายแต่งตัวเลียนแบบกาเฟร์
   “อัสเตาฟิรุลลอฮุ   ซายอไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย”แชพูดขึ้นกลางคันเมื่อเห็น
ด้วยกับคำปราศรัยทำให้ครูมะมูมรีบจุ๊ปาก...อย่าเพิ่งพูด...กำลังมัน

   เสียงปราศรัยยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือคนที่ชอบอมภูมิเป็นคนอา
เหล่มแต่แต่งตัวปลอมเป็นคนญาฮิล   จนกระทั่งไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่ควรยกย่องให้เกียรติ 
อยู่กันแบบไม่มีหัวไม่มีหาง   แล้วจะปกครองกันได้อย่างไร

   เป็นครูบาอาจารย์ที่อัลลอฮุยกย่องก็ต้องให้สง่างามภูมิฐานหน่อย  อย่าทำตัวเหมือน
คนจับปลาดักตุ้ม(ตุ้มดักปลาปัจจุบันไม่มีใครรู้จักแล้วต้องถามคนหนองจอกที่อายุ 70 ปี
ขึ้นไปจึงจะรู้)
   แชทนฟังต่อไปอีกไม่ไหวจึงโพล่งทะลุกลางป้องออกมาว่า “สอนเด็กกันแบบนี้...
เดี๋ยวนี้เด็กจึงทะลึ่งเหลือเกิน   ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่   พูดแบบนี้ถ้าผู้ใหญ่พูดก็โดนลูกปืน
แน่”แชพูดจบก็ทุบโต๊ะแบบนักเลงเก่า

   ครูมะมูมเอื้อมมือมาจับแขนแชพร้อมกับพูดว่า “แช...ซอบาร์ๆ ไอ้พวกนี้มันเริ่ม
เป็นซุนนะตุกันวันสองวันมานี่เอง   มันกำลังอร่อยจึงพูดอ่อนหวานไม่เป็นหรอก”
   แชและครูมะมูมจะพูดอย่างไรเสียงไมโครโฟนก็ดังไม่ขาดสายว่า “การแต่งตัวเป็น
จิตวิทยาขั้นพื้นฐานซึ่งสังคมจัดไว้เรียบร้อยแล้ว   เช่นชุดนอนชุดเที่ยวชุดไปวัดชุดไป
สุเหร่ามันเหมือนกันที่ไหนเล่า   แต่ละชุดมันมีความหมายของตัวมันเอง   ใครเห็นก็รู้ว่า
เป็นพุทธหรือคริสต์หรืออิสลาม”   ไม่ใช่ถึงกับต้องถามว่าขอโทษนะครับ...คุณเป็น
อิสลามใช่ไหม

   เมื่อผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์เขาก็ใส่เสื้อครุยให้ดูน่าเกรงขามเขาไม่แต่งตัวให้
เหมือนกับมนุษย์ทั่วไปหรอก...มันไม่ศักดิ์สิทธิ์ 
   และคนอาเหล่มที่ว่ารู้ทุกอย่างนั้น   ยังมีอยู่อีกอย่างหนึ่งที่คนอาเหล่มไม่รู้คือ
เมื่อ คนญาฮิลพบคนอาเหล่มเขาจะรู้สีกอบอุ่นทันที ไม่ว่าเขาจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม   เหมือน
เมฆที่ลอยมาย่อมมีร่มเงาให้ความร่มเย็น  มาซาอัลลอฮุ

   น่าเสียดายที่พวกเรายังไม่รู้คุณค่าของการแต่งกายมัวหลับหูหลับตาตามฝรั่งจะไป
ลงรูแย้กับเขาด้วย...มันจะยังไม่ออกผลในวันสองวันนี้หรอก  แต่สมัยลูกหลานของเราจะ
หมดแรงต้านหลุดไปเป็นพวกไซฏอนหมด
   เมื่อเราแต่งตัวเหมือนกันหมดจนดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร   ความอิสรเสรีก็มีมากขึ้น   
จะทำอะไรก็ได้แอบไปแทงสลุคเกอร์แทงลูกเต๋าบ้างแทงลอตเตอรี่บ้างไปสนามม้าบ้าง   ก็
ปนเปกันไปไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

   ที่คลอง 19 อาจารย์สะอัดจะนั่งที่ประตูมัสยิด  ถ้าผู้มาละหมาดใส่เสื้อทีมฟุตบอล   
หรือที่มีรูปภาพต่างๆอาจารย์จะไล่กลับไปเปลี่ยนเสื้อใหม่   มีคนถามว่าหะรอมหรือ...
อาจารย์ไม่ตอบคำถาม   แต่บอกว่ามันน่าเกลียดไม่เหมาะสม
              ช่วยไม่ได้นะครับเพราะความรู้สีกของคนเรานั้นย่อมไม่เหมือนกัน       และบาง
คนก็ไม่มีความรู้สึกเอาเสียเลย

   ณ.ที่นี้ขอชื่นชมผู้ที่ยังรักษาวัฒนธรรมที่เรามีอันน้อยนิดนี้ไว้   ที่ยังแต่งตัวแบบ
มาเลฯบ้าง  แบบปากีฯบ้าง  แบบซาอูดิอารเบียบ้างเพื่อเป็นเครื่องหมายบ่งบอกให้ชาวโลก
รู้ว่า “ฉันเป็นมุสลิม”
   หลายคนมาแล้วที่ต้องกลายเป็นบุคคลที่หายสาบสูญไปจนญาติตามหาไม่พบ   
เพราะมูลนิธิปอเต๊กตึ๊งเอาไปกองรวมเป็นผีไม่มีญาติอยู่ที่วัดดอน     เพราะคิดว่าเป็นกุฟาร
ด้วยกัน      ในที่สุดก็เผาล้างป่าช้าไป  อัสเตาฟีรุลลอฮุ 
   คำปาศรัยยังไม่จบแต่แชง่วงนอนเสียก่อนจึงขอแยกทางกันเพียงเท่านี้   ก่อนแยก
ทางกันแชพูดเปรยๆ ขึ้นว่า “ซายอมีผ้าสะระบั่นแล้วแต่เสื้อกุรงยังไม่มี   จะไปตัดที่ไหนดีหว่า...”

   ครูมะมูมก็พูดสวนขึ้นทันทีว่า “จะไปตัดทำไมกัน    ที่ร้านหลานป้าสลาม ตัวละ
200 บาทไปเลือกเอามีตั้งหลายสี”
   แชเงยหน้าขึ้นมองหลานชายแล้วอมยิ้มแล้วพูดว่า “เออจริงวะ..แล้วเอ็งละ   ต้อง
แต่งชุดข้าราชการเอ็งก็หาเครื่องหมายอะไรสักอย่างให้ดูเป็นมุสลิม  หรือจะปักดาวเดือน
ไว้ที่กระเป๋าเสื้อ   ถ้ามันผิดระเบียบก็เอาอย่างนี้ซิ   เอ็งต้องขยันละหมาดให้มากๆ ให้
หน้าผากด้านเป็นแด่น   ใครเห็นก็ต้องรู้ว่าเป็นมุสลิม   พวกกาเฟร์ไม่มีหน้าผากแด่น
เหมือนพวกเรา   จุดด่นนี้จะบอกการเป็นมุสลิมได้เหมือนกัน   และจะเป็นเกียรติยศ
ยิ่งใหญ่ในวันชาติหน้าด้วย....../

          สลามและดูอาอฺ
          เศรษฐี  สกุลดี
          4 สิงหาคม 55



cr : อัสซายีดีนสาน

avatar
treatise@losoth

มิถุนายน 14, 2016, 02:00:25 PM

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2016, 02:22:53 PM โดย treatise@losoth »