.



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

...ฮาลาลนอกสายตา...





   ผมเคยเป็นพ่อค้าเร่เอาผ้าไหมใส่กระเป๋าเดินขายไปตามหมู่บ้านร้านค้าและตลาด 
ตอนแรกก็ขายดีเพราะมีเราทำอยู่เจ้าเดียว   พอคนเห็นอย่างเข้าเขาก็เลียนแบบ    หนักเข้าก็
มีพ่อค้าเร่เยอะแยะมากมาย   จนกระทั่ง   เจ้าของบ้านขอร้องว่า “ลุงจ๋า..สงสารหมาฉัน
บ้างเถอะ   มันเห่าตั้งแต่เช้ามาแล้วยังไม่หยุดเลย   พวกลุงนั้นมีเยอะจริงๆ เจ้านั้นเข้าเจ้านี้
ออก   ไม่รู้เอาอะไรมาขาย   พวกฉันก็ไม่มีเงินจะซื้อแล้ว” พอผมได้ยินเช่นนั้นผมก็เลิก
เป็นพ่อค้าเร่ทันที   เที่ยวนั้นละเป็นเที่ยวสุดท้ายของผมที่ผมเดินเข้าไปขายของตาม
หมู่บ้านนั่นหละ   วันหนึ่งผมเดินเข้าไปหมู่บ้านชาวทะเลที่มหาชัย   เขาตากปลาเค็มครบ
แดดแล้วเขาก็มาแต่งตัวให้ปลานั้นแวววาวน่ารับประทานเขาเอามันหมูสดๆ  ขนาดโตเท่า
น้ำแข็งหนึ่งปอลด์นั่นแหละ 



   เขาเอาปลาเค็มตั้งบนพื้น    แล้วเอามันหมูนวดลงบนปลาด้านละ 3-4 ครั้งทุกตัว
จนปลาขึ้นเงาสวย...จึงใส่เข่งส่งขาย
   ถ้าไม่เอามันหมูมาเช็ด   ปลาเค็มก็จะขึ้นขี้เกลือแห้งกรังไม่น่ารับประทาน     ใครที่
เป็นคอปลาเค็มก็ต้องคิดหน่อยนะครับว่าจะเอาอย่างไรกันดี   จะซื้อปลาสดมาทำเค็ม
กันเองดีไหม   หรือจะตั้งโรงงานเล็กๆ เป็นอุตสาหกรรมครอบครัวทำปลาเค็มขายก็เป็น
อาชีพได้อีกอย่างหนึ่ง(อยากแนะนำคนที่อยู่ทางลาดหญ้าสวนพลู) เพราะตรงนั้นขึ้นรถไฟ
ไป 10 บาทเท่านั้นก็ถึงมหาชัยแล้ว   ไปซื้อปลาสดๆ ได้ทุกวัน... หรือจะหลับหูหลับตากิน
เรื่อยไป   ก็ตัวใครตัวมันนะครับ....



   พอเดินเลยไปอีกหน่อย   ก็เห็นปลาหมึกตากแห้งตัวเล็กๆ ซึ่งลูกจ้างชาวอีสานกำลัง
เอาเปลวหมูเช็ดทีละตัว   ก่อนใส่เข่งออกขายเหมือนกัน    แล้วไอ้ปลาหมึกทอดกรอบนี่
ของผมชอบเสียด้วย   กินแกล้มกับแกงเผ็ดเขียวหวานละ   มันซีดซ๊าดอย่าบอกใครเชียว   
อย่างนี้ใครจะกินอีกต่อไป   ก็ตัวใครตัวมันเหมือนกัน

   พอมาถึงคลาดเก่าเยาวราชก็เห็นพ่อค้ากุ้งแห้ง 3 คนกำลังวุ่นอยู่กับกุ้งแห้ง  เพราะ
ร้านของเขาขายส่งกุ้งแห้งเพียงอย่างเดียวมีกุ้งแห้งทุกชนิดเต็มร้านเลย   
   สองคนนั้นถือกระสอบพลาสติกคนละสองมุมเหมือนเปลเด็กนอนแล้วคนที่สามก็เอากุ้ง
แห้งมาเทลงในเปลนั้น    แล้วยกขวดน้ำมันเทลงบนกุ้งแห้งพอสมควร   สองคนแรกก็ร่อน
เขย่ากล่อมให้น้ำมันคลุกเคล้ากุ้งแห้งจนทั่วทุกตัวเป็นเงางาม



   แล้วเทลงกระด้งไปฟัดเอาผงออกให้สะอาดตา    เขาทำอย่างนี้กันทั้งวัน
แต่ผมไม่ได้ถามนะครับว่าน้ำมันที่เขาเทลงไปทำให้กุ้งเป็นเงานั้นเป็นน้ำมันหมูหรือเปล่า 
เท่าที่รู้นั้นมียากันบูดยากันแมลงผสมอยู่ต้วย
   ถ้าใครยังมีนัฟซูจะกินอีกต่อไปก็คิดว่านั่นมันไม่ใช่น้ำมันหมูก็แล้วกัน
   ถ้าใครนัฟซูปิด    ก็สงสัยไว้ก่อน   หยุดกินจนกว่าจะแน่ใจว่ามันไม่ใช่น้ำมันหมู   
นั่นหละดีที่สุด
             หรือถ้าอยากกินจนไส้แทบขาดจะทนต่อไปไม่ได้   ก้อ...เอากุ้งใส่ถ้วยแล้วเอาน้ำ
ร้อนเทลงไปให้ท่วม   น้ำมันเมื่อถูกน้ำร้อนก็จะละลายลอยขึ้นข้างบน    เทน้ำทิ้งไปแล้ว
เอากุ้งแห้งมากิน   อย่างนี้จะดูดีขึ้นอีกนิด
    ปลาเค็มหรือปลาหมึกก็เหมือนกัน    เอาน้ำร้อนล้างออกได้มากทีเดียว     น้ำมันก็
จะลอยขึ้นข้างบนหมด         พอกล้ำกลืนแก้ขัดได้นะครับ     
   แต่ทางที่ดีบ้านเรายังมีของกินอีกเยอะแยะ   ไปเลือกกินอย่างอื่นกันดีกว่า   ที่มันฮา
ลาลตอยยี่บันกันชัดๆไปเลย   

   ผมนำเอาเรื่องนี้มาบอกเล่ากับลูกหลานของผม...ไม่มีใครเชื่อผมเลยสักคน   แล้วผม
จะเขียนขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้     แล้วใครเขาจะเชื่อผมเล่าครับ
   ช่างเถอะ...ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามเถอะ   ผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของผมแล้ว..
สวัสดีนะครับ                 


                                  เศรษฐี  สกุลดี
                                  18 สิงหาคม 55   

“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
       ปล.  เมื่อปีพศ.2495 มุสลิมมะตุไทยไปมักก๊ะคุ   ยังไม่มีใครคลุมฮีญาบนอกจากคน
ปักษ์ไต้เพียงบางส่วนเท่านั้น  พอเดินออกถนน   ชาวอารับเขาทนดูไม่ได้   ร้องตะโกน
ตามหลังตลอดทางไปว่า “หะร๊าม...หะหร่าม”ไม่ว่าที่ไหนเวลาไดจึงทำให้มุสลีมะตุของ
เรา   ไม่กล้าเดินออกถนนโดยไม่คลุมฮีญาบ   เป็นการเพาะชำฮีญาบให้งอกงามขึ้น   
จนกระทั่งมุสลีมะตุส่วนใหญ่คลุมฮีญาบกันทั่วถึงทุกวันนี้
   มีหน่วยเผยแผ่อิสลาม   ถือโอกาสว่าเป็นผลงานเผยแผ่ของเขา...ก็ใช่เพียงส่วน
หนึ่งเท่านั้น   แบ่งๆกันได้หน้าจะดีกว่า....................................เศรษฐี


cr : อัสซายีดีนสาร

avatar
treatise@losoth

มิถุนายน 14, 2016, 02:35:07 PM

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2016, 04:30:09 PM โดย treatise@losoth »